Penang, Malaysia land of food lover

    สวัสดีผู้อ่านทุกท่าน หลังจากห่างหายกันไปนานเกี่ยวกับคอนเทนต์ความอิ่มท้อง วันนี้เราก็กลับมาแล้ว กับคอนเทนต์ที่จะพูดเรื่องของอาหารในต่างประเทศ จริงๆแล้ว ผู้เขียนได้มีโอกาสกินหลายอย่างมากๆ เลยแต่ความโก๊ะคือลืมถ่ายอาหารที่อร่อยๆ มาแต่อย่างไรก็ตาม อาหารที่เราจะมาบอกในวันนี้ก็ปังไม่แพ้กัน มาเรื่มกันที่อาหารจีนกันก่อนเลย เนื่องจากปีนังมีอาหารจีนมากมาย เราจึงสามารถซื้อได้ตามทางที่เราเดินไปแต่ละที่กันเลย ซึ่งที่นี่ก็คือ เป็นศูนย์อาหารตรงทางขึ้นวัด Kek Lok Si  ซึ่งศูนย์อาหารที่ว่านี้ส่วนใหญ่จะเป็นอาหารจีน ซึ่งสิ่งที่ผู้เขียนจะไปกินก็เป็นอะไรไปไม่ได้ นั่นคือก๋วยเตี๋ยว จากรูปจะเห็นได้ว่าคล้ายๆ ก๊วยเตี๋ยวน้ำใสบ้านเรา แต่จะมีตับ เครื่องในและลูกชิ้นปลา


    จากรูปจะเห็นได้ว่าน้ำซุปค่อนข้างข้นเลย แต่พอกินเข้าไปเป็นอาหารรสชาติอ่อนๆ แต่ในขณะเดียวกันก็มีความกลมกล่อมของอาหาร มีความเค็มเล็กน้อย แต่สิ่งที่ประทับใจคือตับนุ่มมาก นุ่มจนแทบจะละลายในปากเลย นอกจากนี้หมูก้อนก็ทำออกมาดีมาก จนอยากขอซื้อกลับบ้าน แต่สิ่งที่ประทับใจที่สุดคือราคาเห็นชามใหญ่ๆ แบบนี้ตอนแรกคิดว่ามี 10 RM แน่นอน แต่พอจ่ายเงินก็รู้เลยว่าราคาแค่ 5 RM หรือประมาณ 40 บาท หรือหากเราหิวอยากทานชามใหญ่ก็ราคาแค่ 6  RM และหากกังวลว่าเราใช้แค่ภาษาอังกฤษ เราจะสามารถสื่อสารกับคนขายได้หรือไม่ ตอบได้อย่างชัดเจนเลยว่าได้ เนื่องจากว่าทางคนขายสามารถใช้ภาษาอังกฤษได้เป็นอย่างดี โดยเขาสามารถสื่อสารได้อย่างเข้าใจง่าย 
    สิ่งที่ประทับใจมากๆ คือ คนขายเฟรนด์ลี่มากๆ  มาถามผู้เขียนว่าอร่อยไหม มามาเลเซียกี่ครั้งแล้ว พอเขาเห็นว่าผู้เขียนพอพูดภาษาจีนกลางได้ เขาก็คุยน้ำไหลไฟดับ ถามว่าพักที่ไหน มากี่วันแล้ว พอดีผู้เขียนกินได้สักพักนึงก็รู้สึกอยากกินของหวาน แต่มองๆไป ไม่เจอกับของหวานแต่อย่างใด เจอแต่น้ำหวาน ผู้เขียนเลยสั่งน้ำอ้อยมาหนึ่งแก้ว และระหว่างทางเดินไปสั่งน้ำอ้อย ก็เจอกับกับอาหารที่ผู้เขียนชอบกินเมื่อตอนเป็นเด็ก แต่พอเริ่มโตก็ไม่ค่อยได้กิน สิ่งนั้นก็คือ ปอเปี๊ยะของบ้านเรานั่นเอง ที่ด้านในจะเป็นกุนเชียง และผักต่างๆ ผู้เขียนชอบกินมากเมื่อตอนเป็นเด็ก แต่พอเริ่มโตก็ไม่ค่อยมีโอกาสได้กินเท่าไรเลย 


    สีสันอาจจะไม่ฉูดฉาดเหมือนบ้านเรา เพราะของบ้านเราจะมีน้ำสีแดงๆ ซึ่งจะอร่อยตรงน้ำสีแดงๆ นี่แหละ แต่ของที่มาเลเซียจะเป็นปอเปี๊ยะแบบแห้ง ๆ ไม่มีน้ำราด แต่ข้างในจะอัดแน่นไปด้วยผักและเนื้อสัตว์ ตอนแรกที่กินเข้าไปก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่ามันเป็นเนื้ออะไร แต่พอกินไปสักพักก็สันนิษฐานขึ้นมาเองว่าน่าจะเป็นเนื้อไก่ 
    ตัวแป้งจะบางกว่าของบ้านเรา แต่ใส้ของปอเปี๊ยะ คือรับรองได้ว่าแน่นกว่าของบ้านแน่นอน ตอนแรกผู้เขียนก็คิดว่าน่าจะกินหมด แต่กินไปๆ มาๆสรุปกินไม่หมด เพราะมันเยอะมาก แต่เนื่องจากว่าฝนตก
แรงมากๆ ดังนั้นผู้เขียนก็ต้องนั่งหลบฝนอยู่ในศูนย์อาหารพักใหญ่ๆ เลย จนกว่าฝนจะหยุดตก พอฝนตกผู้เขียนก็ได้กลับที่พัก

การเดินทาง สามารถเดินทางโดยใช้ Rapid Penang สาย 201 และ สามารถขึ้นสาย 204 ได้เช่นกัน




    ในช่วงเช้าอีกวันหนึ่งผู้เขียนได้ไปกิน Nasi Kandar ซึ่งก็เป็นเหมือนร้านข้าวแกงที่ไทย สิ่งที่ผู้เขียนเลือกคือแกงกุ้ง ในตอนแรกคิดว่าจะเป็นอาหารที่ไม่เผ็ด แต่หลังจากกินก็รับรู้ได้ว่าเป็นอาหารที่เผ็ดมาก แต่ก็โชคดีที่สั่ง Kopi ทำให้คลายความเผ็ดไปได้บ้าง แต่โดยรวมอาหารค่อนข้างอร่อย 





    และช่วงกลางวันผู้เขียนได้ไปที่ Hawker Centre ซึ่งมีอาหารมากมาย และหนึ่งในนั้นก็คือ Nasi Lemak ผู้เขียนชอบอาหารแบบนี้มาก เลยค่อนข้างประทับใจในรสชาติ และก็ทางร้านก็ทำค่อนข้างอร่อย อาหารราคาค่อนข้างถูกโดยมื้อนี้จ่ายไปประมาณ 15 ริงกิต 



    โดยส่วนตัวผู้เขียนค่อนข้างชอบอาหารประเภทโรตี กับแกง ดังนั้นโรตีเนื้อจานนี้ก็เป็นที่ประทับใจเช่นเดียวกัน รสชาติของแกงจะมีความ Strong กว่าที่ผู้เขียนเคยกินในไทย และก็รสชาติจัดจ้านกว่ามาก และในขณะเดียวกันทางร้านก็ใส่เนื้อมาให้เยอะมากเช่นเดียวกัน และเนื่องจากผู้เขียนต้องเดินอีกมาก ดังนั้นการดื่มกาแฟจึงเป็นทางออก 
การไป Penang ของผู้เขียน ผู้เขียนก็ไม่ได้กินแต่อาหาร Local อย่างเดียวผู้เขียนมีกินอาหารตะวันตกด้วย




วันนี้ก็ขอลากันไปเท่านี้ เดี๋ยวบล็อกหน้ามาเล่าใหม่
    

Comments

Popular posts from this blog

Chiang Mai once, Chiang Mai forever.

The dream comes to in Norway

Phuket, Thailand, for the first time